Profiel van [ n 3 ][ n 3 ]Foto'sWeblogLijstenMeer ![]() | Help |
[ n 3 ]photographs resonance silent messages |
|||||
|
10-1-2007 MUIC Volunteer Camp 06just recently visiting volunteer camp on 23-24 Dec 06
not much to tell, if you didn't like the quality of the pics
29-9-2006 คิดถึงกระบี่สืบเนื่องจาก champ ได้เขียนเรื่องราวของทริป กระบี่ที่รุ่นพวกเรา muic gen 15
ได้ไปด้วยกัน เลยนึกเขียนมันออกมาเป็นกลอน(รึเปล่าหว่า)
อยากอ่านเรื่องทริปนั้นไปที่นี่ F8 & Friends: Senior trip
จากส่วนนี้คือที่ comment ไว้
------------------------------
รอหลายคนมาสายที่ใต้ตึก
นั่งข้ามคืนยามดึกอย่างหนุกหนาน
พาลชื่นบานกับ F8 radio
เช้าโงนเงนตื่นมาถึงที่ทันใจ
ซัดข้าวเที่ยงกันกลางทะเลแหวก
ดำน้ำแหลกปลาตอดตูดที่เกาะไก่ แอ๊นท์ห้าวหาญโชว์ใหญ่ไปไหว้น้ำ
ตกค่ำล้ำลึกถึงรส tequila เช้าขึ้นมาแฮงค์สุดๆหลุดฟอร์มไป
เดินทางกลับทานอาหารกับเพื่อนพ้อง
โดยมีก๊อง กะ Ezra แข่งกินไว
เพื่อนเชียร์ใหญ่ใครจะได้ชิงชัยมา
เป็นการลาทริปใหญ่น่าจดจำ
เขียนไว้เป็นที่ระลึก
และสำหรับอีกหลายๆความทรงจำที่ถูกรื้อฟื้น
ขอบคุณมากจริงๆ (นะเว้ย)
เน่
------------------------------
12-8-2006 คิดถึง...รูปที่ up อยู่ตอนนี้มีรูปเดียว แต่รูปนี้คงมีความหมายที่สุดที่เคยมี
หากแต่เราไม่ได้เป็นคนถ่ายรูปนี้ แต่เป็นคุณพ่อที่จากไป
จะครบร้อยวันแล้ว อดนึกถึงไม่ได้ ขอโทษเพื่อนๆด้วยหากเข้ามา
ดู update แล้วไม่ได้อ่านอะไรสนุกๆ หรือรูปสวยๆ
มันอดไม่ได้จริงๆ ... 10-7-2006 กลับสู่ cubicleกลับสู่ cubicle
กลับสู่ งาน desk job
กลับสู่ blue collar
กลับสู่ กรอบ ที่ไม่เคยคิดอยากอยู่
กลับสู่ ความรู้สึกไม่คุ้นเคยที่จะถูกล้อมรอบ
จะอดทนต่อไป
พอดีกว่า ไม่บ่นแล้ว และแล้วก็ได้งานที่ ตึก software Park อีกครั้ง เซ็นสัญญาก่อน 3 เดือน
เป็น Probation Period ที่ทำงานไกลมากๆ ก็จะต้องลองดู สามเดือนนี้ล่ะนะ ถ้าไม่ไหวกับการเดินทาง
ค่าน้ำมันจริงๆก็คงต้องไป ทำใจไว้แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ทุ่มเทกับมัน เคยเห็นเราทำงานครึ่งๆกลางๆ ซะที่ไหน
ลืมบอกว่าที่ทำงานน่ะอยู่แจ้งวัฒนะ บ้านอยู่ตลิ่งชัน เฮอ... 20 กว่ากิโล
งานใหม่นี้เกี่ยวกะ GIS - Geography Information System หรือภาษาไทยว่า ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
เราทำ ทาง IS ให้ มันเป็นบริษัทเล็กๆ ไม่ใหญ่มากนัก แปลกนะ ทำงานมา ทั้งสามที่ (รวมฝึกงาน) ก็บริษัทเล็กๆ
หรือจะถูกโฉลกกะแบบนี้ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้อยากเรียนต่อมากๆ :D 19-6-2006 วันนั้นที่ผ่านพ้นไปเดือนกว่าๆผ่านไป จากเหตุการณ์วันนั้น มันมีเรื่องเล่ามากมาย อยากที่จะระบายออกมา อยากจะเล่าแต่คิดมานานแล้วว่าจะเขียนออกมา มันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้
9 พ.ค. 49
วันนั้นน้องเนี้ยบ (น้องสาว) อยากออกมานัดเจอเพื่อน ด้วยความที่อยากออกมาดูหนังอยู่แล้วเลยพาเขามาด้วย ตกลงมาดูกันที่ Siam Paragon ดูๆ เวลาแล้ว MI:III รอบ 11 โมง จะจบทันเวลานัดของน้องพอดี ประมาณบ่ายสองกว่าๆ หนังจบไป ไม่ได้คิดอะไรมาก ติดใจแค่กับฉากการปั๊มหัวใจในหนังที่มีถึงสองหน บ่ายสามโมง น้องเจอกับเพื่อนๆ ที่ Boots สยาม เซนเตอร์ ดูเครื่องสำอางเล็กๆ น้อยๆ เราเองก็อยากได้โฟมล้างหน้าอยู่แต่กระเป๋าแฟบ ต้องไปกดตังค์ที่ ATM ระหว่างเดินกลับ ประมาณบ่ายสามครึ่ง มีโทรศัพท์ Private number ดูก็ทราบว่าคงเป็นป้าที่อยู่ที่ D.C. ทำงานในหน่วยงานเดียวกับพ่อ สนิทกับครอบครัวเรามาก พอรับสายป้าก็ถามว่าสบายมั้ย อยู่ที่ไหน ขอคุยเรื่องสำคัญหน่อย เน่ลูกตั้งสติให้ดีนะ ฟังแล้วตั้งสติเฉยๆนะลูก....เน่เงียบไปพักแล้วก็ตอบว่า...ครับ คุณพ่อ พ่อของลูกน่ะ กำลังนั่งรถมาที่สนามบินกำลังจะกลับจากใต้ จู่ๆเขาก็น๊อคไปเฉยๆ ตอนแรกคิดว่าหลับ พอคนขับรถสังเกตุว่าพ่อยังหลับคาโทรศัพท์ ก็รีบพาไปส่งโรงพยาบาล หมอให้ปั๊มหัวใจ แต่ปั๊มยังไงก็ไม่ขึ้น หมอบอกว่าหัวใจหยุดเต้นไปห้านาทีก่อนมาถึงแล้ว เลยช่วยไว้ได้ไม่ทัน พ่อเสียแล้วนะลูก ป้าพูดด้วยน้ำเสียงใกล้จะร้องให้ ...... เน่ เน่ครับ ตั้งสตินะลูก ตอบป้าด้วย .....
ในใจตอนนั้น มีแต่ภาพการปั๊มหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งจากในหนัง และมโนภาพจากที่ป้าบอก มันสลับสับปนกันไป ภาพที่เคยขับรถพาพ่อไปเที่ยวหัวหิน ซึ่งเป็นการขับออกทางไกลครั้งแรกด้วยกัน ภาพตอนงานรับปริญญา ภาพงานศพแม่ ภาพตอนสมัยที่อยู่อังกฤษกับแม่กับน้อง ภาพที่เคยไปเที่ยวด้วยกันตอนเด็กๆ และอีกมากมายลอยอยู่ในใจ
....เน่ครับ ตอบป้าด้วย........อ่ะ อ้อ ครับ.....ป้านึกว่าลูกจะเป็นอะไรไปแล้วซะอีก ตอนนี้เน่ต้องตั้งสติให้ดีนะ พาน้องกลับบ้านนะลูก ขับรถไหวมั้ย.....ไหวครับ......ไม่ต้องห่วงนะลูก ป้าจะหา flight ที่เร็วที่สุดแล้วจะไปอยู่ช่วยลูกสองคนนะคะ....ครับ....ตอนนี้อย่าเพิ่งบอกน้องนะ ค่อยๆตั้งสติแล้วบอก.... แค่นี้ก่อนนะลูก......ครับ
หลังจากวางหู ก็คิดถึงแต่ว่าต่อจากนี้จะทำอย่างไร จะอยู่กันยังไง ใครจะดูแล คงจะต้องเป็นเราใช่มั้ย แล้วจะบอกน้องได้ยังไง คำถามหลายอย่างวนเวียนอยู่ในหัว ทั้งสับสน ทั้งเสียใจ แต่ต้องฝืนทนทำเป็นปกติต่อหน้าน้องสาว
หลายนาทีผ่านไป เน่เดินเข้าไปบอกน้องว่าต้องรีบกลับแล้ว เนี้ยบก็ไม่ได้ถามอะไร พอขับรถออกมาจากสยามสักพัก เน่ก็จอดรถข้างทางแล้วค่อยๆบอกเขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งแรกที่เนี้ยบบอกคือ พ่อยังไม่ได้รู้ผลเลย (ผลเข้า ent.) แล้วก็ร้องให้ เน่ก็รีบขับรถกลับบ้านให้เร็วที่สุด ก่อนที่ตัวเองจะทนไม่ได้
กลับถึงบ้านแล้ว เพื่อนๆ น้องๆ พ่อที่ทำงานก็มาที่บ้าน เห็นได้จากรถที่มาจอด พอลงจากรถน้องก็ร้องให้ออกมาเต็มๆ เน่ก็พยายามกอดและปลอบเขาทั้งๆที่ตัวเองก็น้ำตาเอ่อจะล้นออกมาทั้งสองข้าง พอสงบสติได้ก็เข้าบ้าน คุณย่าที่นั่งเงียบอยู่ที่บ้าน ก็ร้องให้ออกมาเมื่อเห็นเราสองคน หลังจากนั้นทั้งเน่และเนี้ยบก็พยายามติดต่อญาติๆ ทางฝ่ายแม่ ให้เขาทราบ และกระจายข่าว เน่เองก็พยายามติดต่อ เท็น กับ แป๋ง แต่ติดต่อได้แค่แป๋ง แรกๆก็พูดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะบอกอย่างไร สุดท้ายก็บอกไปจนได้ แล้วก็ฝากบอกเพื่อนๆต่อด้วย เพราะมันไม่รู้จะบอกใครได้อีกแล้ว ดึกคืนนั้น เท็นก็โทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง หลายๆอย่าง ที่คุยกัน และหลังจากนั้นเน่จำรายละเอียดไม่ได้ บอกเท็นไปว่าพรุ่งนี้รับศพที่สนามบิน ตั้งศพที่วัดมกุฏฯ รดน้ำฟังสวด วันพระราชทานเพลิง ฯลฯ
10 พ.ค. 49
คืนก่อนนั้นนอนหลับไม่ค่อยสนิท ตื่นมาก็นั่งทำใจถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น วันนี้ต้องไปรับศพที่สนามบิน พอไปถึง crate หุ้มโลง ก็วางอยู่ รอให้น้ารัง (เพื่อนสนิทที่ทำงาน ที่ไปใต้ด้วยกันกับพ่อประจำ) มาเซ็นรับศพ เน่กับน้องมองหน้ากันบ้างแต่พูดอะไรไม่ออก รับศพเสร็จ คุณอาผู้ชาย ที่เป็นน้องคนเล็ก ก็นั่งไปกับรถที่ขนโลงพร้อมกับพระ คอยโปรยเงินตามทาง เน่กับเนี้ยบแยกกันไปคนละคันกับศพคุณพ่อ พอถึงวัด ทางอาและศพก็มาถึงก่อนแล้ว โลงถูกเปิดออก แล้วก็ยกศพมาวางบนฐาน แต่งตัวเตรียมรดน้ำ
เน่มองศพของคุณพ่อห่างๆจากนอกศาลา ไม่ได้เข้าใกล้มากนัก พอเขาเรียกให้เข้าไป มันก็ก้าวไม่ออก มองไปอีกทีก็ยิ่งเสียใจ อยากให้เขาลุกขึ้นมาพูดคุยล้อเล่นว่ามันเป็นการอำ แต่มันคงไม่ใช่
หลังจากรดน้ำศพ เขาเอาร่างลงโลง พร้อมกับปิดฝาโลง เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา มันคือเสียงที่เขาตอกฝาโลง ทุกครั้งที่ค้อนโดนตะปู เสียงที่ดังออกมา เหมือนตอกย้ำความเป็นจริงมากขึ้น ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับมัน
เน่คงไม่เล่าอะไรมากไปกว่านี้แล้ว ไม่ใช่ไม่อยากเล่า แต่ไม่อยากตอกย้ำกับอดีตที่ผ่านไป เรื่องราวหลังจากตอนนั้นก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆที่อาจพบเห็นได้ทุกวัน
ท้ายนี้ เน่ขอขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกๆ คนที่คอยให้กำลังใจ ทั้งที่มางานได้และไม่ได้มา ทั้ง message, msn, sms ทุกทุนทรัพทย์ที่ช่วยเหลือ ทุกน้ำใจที่ให้มา เน่จะไม่ลืมเลยครับ ขอให้พระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ทุกท่านประสพแต่ความสุขความเจริญตลอดสิ้นกาลนานครับ
------ 9-6-2006 ชีวิตที่ก้าวต่อไปหลายคนถามหาว่าเป็นอะไรรึเปล่าทำไมเงียบไปนาน อีกหลายๆคนทราบสาเหตุดีว่าทำไม
ช่วงเดือนที่ผ่านมา คุณพ่อเสียไป เน่ต้องจัดการหลายๆอย่างของคุณพ่อ ในฐานะที่เป็น
ลูกคนโตและคือผู้สืบทอดโดยตรง (ศัพท์กฎหมายเรียกอย่างนี้หรือเปล่า?) เนื่องจากไม่มีผู้ปกครองอื่นแล้ว
สำหรับคนที่อยากทราบว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น ที่ผ่านมาปรับตัวอย่างไร แล้วจะทำอะไรต่อ
กำลังรวบรวมความทรงจำที่อยากจะเล่าอยู่ ได้เป็นเรื่องแล้วจะเอามาลงนะ
วันนี้ฝากเพลงของ Depapepe ที่ชื่อ "Start" ฟังแล้วทำให้มีกำลังใจเดินต่อไปมากๆ
MV: Depapepe - Start
9-3-2006 design is fun: take 2If you remember that last time i mentioned that i'm pitching for logo design and promised to come back and give some feedback, well here it is. the customer would like me to adjust a little to the design and he also mentioned that he likes it a lot. woohoo.
BUT....it is still uncertain that my design is the final decision. finger crossed (yn)
|
|
||||
|
|